สื่อนอกมองการชุมนุมที่ธรรมศาสตร์เป็นประวัติศาสตร์

ธรรมศาสตร์


Bloomberg ระบุว่า การชุมนุมที่ธรรมศาสตร์ต่างจากการประท้วงครั้งก่อนๆ

นอกจากการชุมนุมของนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะเป็นที่สนอกสนใจของคนไทยแล้ว บรรดาสื่อต่างชาติก็พากันเกาะติดการคเลื่อนไหวครั้งนี้เช่นกัน รวมทั้งสำนักข่าว Bloomberg ที่เผยแพร่บทความ Thai Students Risk Jail With Calls to Curb the Monarchy’s Power (นักศึกษาไทยเสี่ยงคุกจากข้อเรียกร้องให้จำกัดพระราชอำนาจ) 


Bloomberg ระบุว่า รากฐานของการชุมนุมครั้งนี้แตกต่างจากการชุมนุมครั้งอื่นๆ ในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นความท้าทายของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา การประท้วงมักจะมีนักการเมืองที่ทรงอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่


ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี เลขาธิการคณะประชาชนปลดแอก รวมทั้งเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังการชักชวนคนรุ่นใหม่ให้ออกมาชุมนุมใหญ่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา เผยกับ Bloomberg ว่า “แผนตอนนี้คือระดมคนออกมาร่วมเรียกร้องกับเราให้มากขึ้น สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำคือการพยายามซื้อเวลา แต่ไม่เคยเปลี่ยนความคิดจริงๆ”


ขณะที่ เควิน ฮิวอิสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองไทยและศาสตราจารย์กิตติคุณจากมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนาชาเปิลฮิลล์ กล่าวว่า รัฐบาลไม่รู้ว่าจะรับมือการชุมนุมอย่างไร การชุมนุมนี้กลายเป็นการเคลื่อนไหวแรกที่มีการเชื่อมโยงพระมหากษัตริย์เข้ากับรัฐบาลโดยตรง ถือเป็นประวัติศาสตร์ เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน


ทาง Bloomberg ได้พยายามติดต่อสำนักพระราชวังเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม แต่ไม่ได้รับคำตอบ


"ม.ธรรมศาสตร์" ขอโทษสังคม ประกาศไม่ให้ใช้พื้นที่จัดกิจกรรมเสี่ยงต่อการละเมิดกม.

"หญิงหน่อย"แนะนักศึกษายึด 3 ข้อเรียกร้องเดิม อย่าก้าวล่วงสถาบัน

ขณะที่การสอบถาม รัชดา ธนาดิเรก โฆษกรัฐบาล ถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์สถาบัน ก็ได้รับคำตอบผ่านสายโทรศัพท์ว่า ทุกคนมีสิทธิ์ในการชุมนุมและแสดงความคิดเห็นตราบใดที่ไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย และมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของ Covid-19


โฆษกรัฐบาลยังเผยกับ Bloomberg อีกว่า รัฐบาลพร้อมรับฟังประชาชนและพร้อมแก้ไขรัฐธรรมนูญหากผ่านกระบวนการทางรัฐสภาแล้ว


Bloomberg ยังสัมภาษณ์ พรรณชฎา ศิริวรรณบุศย์ รองศาสตราจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเผยว่า ผู้คนจากหลากหลายกลุ่มในสังคมจะเข้าร่วมการชุมนุมมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากทีมเศรษฐกิจทีมใหม่ หรือนโยบายใหม่ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้


นอกจากนี้ Bloomberg ยังระบุอีกว่า การถกถึงประเด็นหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ขยายวงกว้างมากขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกโซเชียลมีเดีย ทั้งยังมีการใช้โซเชียลมีเดียในการนัดหมายและเผยแพร่ข้อเรียกร้องผ่านแฮชแท็ก


Bloomberg บอกว่าการเคลื่อนไหวเช่นนี้คล้ายกับแนวทางของม็อบนักศึกษาในฮ่องกงและในประเทศอื่น มากกว่าแนวทางการประท้วงเดิมๆ ของไทยที่มักจะปิดถนนเส้นหลักๆ ในกรุงเทพฯ และกินเวลาหลายเดือน ซึ่งฮิวอิสันระบุว่า แทคติกนี้แสดงให้เห็นว่าไม่มีกลุ่มใดเป็นแกนนำ


และเป็นการเคลื่อนไหวที่สร้างความปวดหัวให้รัฐบาล

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ชาวเน็ตแชร์ภาพสุดประทับใจ ช่อรวงข้าวของพ่อมอบให้มหาบัณฑิตลูกชาวนา

ภาพนี้ชาวเน็ตให้ชื่อ "ถนนสายนี้ อบต.ไม่ถูกกัน"